ที่เที่ยวสัมผัสหมอกหน้าฝน

4 ที่เที่ยวสัมผัสหมอกหน้าฝน

แนะนำ 4 ที่เที่ยวสัมผัสหมอกหน้าฝน รับลมธรรมชาติตลอดวัน รับรองว่า ใครไปแล้ว ไม่มีผิดหวังอย่างแน่นอน

4 ที่เที่ยวสัมผัสหมอกหน้าฝน รับลมธรรมชาติตลอดวัน

หลายคนอาจจะคิดว่าหน้าฝน เป็นอะไรที่น่าเบื่อ และไม่เหมาะกับการออกไปท่องเที่ยว หรือไปทำกิจกรรมแอคทีวิตี้ต่าง ๆ แต่จริง ๆ แล้วหน้าฝนเป็นหน้าท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวมาก ๆ ในฤดูที่ฝนโปรยปราย จะทำให้เราได้สัมผัสกับสายหมอก และใบไม้เขียวขจี แบบที่ไม่สามารถเห็นได้ในฤดูกาลอื่น ๆ  ยิ่งเป็นคนที่รักธรรมชาติ ชื่นชอบการรับลมแบบเย็นสบายตลอดทั้งวัน หน้าฝนนี่แหละตอบโจทย์การท่องเที่ยวมากที่สุด ดังนั้น เราเลยเตรียม 4 ที่เที่ยวสัมผัสหมอกหน้าฝน รับลมธรรมชาติตลอดวัน มาแนะนำ ส่วนจะมีที่ไหนน่าสนใจบ้าง ตามไปดูกันเลย

4 ที่เที่ยวสัมผัสหมอกหน้าฝน รับลมธรรมชาติตลอดวัน

บ้านอีต่อง เหมืองปิล็อก
บ้านอีต่อง เหมืองปิล็อก

1. บ้านอีต่อง เหมืองปิล็อก จังหวัดกาญจนบุรี

จังหวัดกาญจนบุรี ถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของสถานที่ท่องเที่ยวประเทศไทย ที่ไม่ว่าไปหน้าไหน ก็สวยไม่เสื่อมคลาย กาญจนบุรีมีสถานที่ท่องเที่ยวโดดเด่นหลายอำเภอ และแต่ละที่ก็จะมีความพิเศษในแบบตัวเองต่างกันออกไป อย่างบ้านอีต่อง เหมืองปิล็อก ก็เป็นหนึ่งในที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อเช่นกัน หากใครอยากจะสัมผัสบรรยากาศของหมู่บ้านหลังม่านหมอกแห่งนี้ต้องลองมาลองสัมผัสกันในช่วงหน้าฝน เพราะในช่วงหน้าฝนแบบนี้หมอกที่ปกคลุมหมู่บ้านจะมีปริมาณที่หนาแน่นมาก อากาศเย็นสบาย พร้อมกับความเงียบสงบที่หาได้ยาก เหมาะกับการพักผ่อนจริง ๆ และนอกจากนี้ยังมีจุดชมทะเลหมอกบนเนินช้างศึกเป็นจุดเด่นที่ไม่ควรพลาดอีกด้วยจ้า

หินสามวาฬ
หินสามวาฬ

2. หินสามวาฬ จังหวัดบึงกาฬ

ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิต ที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน สำหรับหินสามวาฬ จังหวัดบึงกาฬ ความจริงแล้วจังหวัดบึงกาฬ ถือเป้นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวค่อนข้างเฉพาะตัว และสามารถเห็นภูมิทัศน์ของประเทศเพื่อนบ้าน อย่างประเทศลาวได้แบบสุดลูกหูลูกตา ซึ่งหน้าฝนแบบนี้ไม่มีที่ไหน จะเหมาะกับการเที่ยวมากกว่าการไปชมปลาวาฬกลางป่าใหญ่ที่จังหวัดบึงกาฬอีกแล้ว ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่คุณจะได้ชมกับความอลังการของทะเลหมอกแบบจัดเต็ม พื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยความชุ่มชื่น ต้นไม้ใบหญ้ามีความเขียวชอุ่ม ไปยืนถ่ายรูปเท่ ๆ บนหินสามวาฬ โดยมีแบ็คกราวด์เป็นหมอกหน้าฝน รับรองว่าเพื่อน ๆ ต้องอิจฉาไฟลุกแน่นอนจ้า

ภูป่าเปาะ
ภูป่าเปาะ

3. ภูป่าเปาะ จังหวัดเลย

ภูป่าเปาะ จังหวัดเลย ได้รับสมยานามว่าเป็น ฟูจิ เมืองไทย ด้วยความโดดเด่นของภูเขา ที่มีลักษณะคล้ายกับเจ้าฟูจิซังชื่อดังของญี่ปุ่น ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ กลายเป็นที่รู้จักภายในเวลาอันรวดเร็ว โดยชื่อเต็ม ๆ ของภูเขาลูกนี้คือภูหอ ซึ่งหากจะชมวิวภูหาให้สวยงามที่สุดนั้นต้องชมมาจากภูป่าเปาะแห่งนี้ ซึ่งเมื่อมองจากมุมของภูป่าเปาะจะเห็นความสวยงามของภูหออย่างเต็มที่ ในวันที่ฝนเพิ่งตกมาในตอนกลางคืน ในช่วงเช้าจะมีหมอกหนาปกคลุมอยู่เหนือยอดภูหอ ยิ่งมองดูคล้ายกับภูเขาไฟฟูจิขึ้นไปอีก ลองไปพิสูจน์กันดูนะคะ ว่ามันจะให้ฟิลลิ่งความแจแปนนิสได้มากแค่ไหน

ภูเตาโปง
ภูเตาโปง

4. ภูเตาโปง จังหวัดเลย

ยังคงอยู่ในจังหวัดเลยอย่างต่อเนื่อง แต่ครั้งนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปสัมผัสหมอกหน้าฝน พร้อมกับสายลมเย็น ๆ กันที่      ภูเตาโปง จังหวัดเลย อีกหนึ่งที่เที่ยวน้องใหม่มาแรงที่เพิ่งจะเปิดให้เข้าชมได้ไม่นาน สำหรับภูเตาโปงจุดชมทะเลหมอกที่ยังคงความดิบของธรรมชาติที่ไร้การปรุงแต่งเอาไว้อย่างเต็มที่ แอบกระซิบว่ายิ่งในช่วงหน้าฝนแบบนี้ ทะเลหมอกยิ่งทวีคูณความสวยงามยิ่งขึ้นไปอีก ลองไปกางเต็นท์นอนที่นี่ดูสักคืนรับรองว่าตื่นมาที่นี่จะต้องเป็นอีกหนึ่งเช้าที่สวยงามอยู่ในความทรงจำของเพื่อน ๆ แบบไม่รู้ลืมแน่นอน

หน้าฝนอาจจะมีข้อเสียสำหรับหลาย ๆ อยู่บ้าง แต่ข้อดีของมันก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน แถมที่พักต่าง ๆ ในช่วงหน้าฝน ที่ถือเป็นโลว์ซีซั่น ยังลดกระหน่ำเรนนี่เซลล์ ซึ่งเหมาะกับการท่องเที่ยวเป็นที่สุด ความจริงแล้วนอกจาก 4 สถานที่ที่เราแนะนำไป ที่เที่ยวหน้าฝนในประเทศไทย ยังมีให้เลือกอีกหลายที่เลย ยังไงเพื่อน ๆ ลองทำรีเสิร์จเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเที่ยวดูได้เลยนะคะ

ดูสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ของเมืองไทย เพิ่มเติมที่ teawstylethai.com